ถ้ามองให้ลึกลงไป “โหรา” แปลว่า เวลา “ศาสตร์” แปลว่า ความรู้
โหราศาสตร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องดวงดาวลอยๆ บนฟ้า แต่คือ ศาสตร์แห่งเวลา
เป็นเครื่องมือที่ช่วยเราดูจังหวะชีวิต เพื่อจะวางแผนให้ชีวิตเดินได้อย่างไม่หลงทาง
โหราศาสตร์อินเดีย หรือ Jyotish คือหนึ่งในศาสตร์แห่งคัมภัร์พระเวท
มันไม่ได้แค่ทำนายว่าเราจะ “โชคดีหรือโชคร้ายเมื่อไหร่?”
แต่มันสอนให้เรารู้ว่า “เมื่อไหร่ ? ควรเริ่ม” หรือ “อะไร ? ที่ควรพัก”
ไม่ต่างจากคนที่ดูฤดูกาลก่อนลงมือเพาะปลูก
ดาวที่ใช้ก็เรียบง่าย มีเพียง 9 ดวง เริ่มต้นที่ “ดาวอาทิตย์” หรือเราเรียกว่า “พระสุริยะเทพ” ดาวจันทร์ ดาวอังคาร ไล่เรียงกันเหมือนดาวประจำวันจนถึงดาวเสาร์ มีเพิ่มดาวราหูและดาวเกต ไม่มีพลูโต ไม่มีมฤตยู
แต่มันมีรายละเอีดที่ลึกซึ้ง เพราะดาวแต่ละดวงไม่ใช่แค่ดาว แต่เป็นสัญลักษณ์ของพลัง
พระอาทิตย์ คือพลังของการเริ่มต้น ในเช้าวันใหม่ที่ปลุกเราให้มีพลังลุกขึ้นสู้ พระจันทร์ คือพลังของความหวัง ความฝันและการเยียวยา เมื่อกลับเข้าบ้าน
สองแสงนี้ “เปรียบเสมือนกลางวันกับกลางคืน” ที่ผลัดกันดูแลมนุษย์เหมือนพ่อกับแม่ที่ไม่เคยนอนพร้อมกันเพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตต่อไป ทั้งในวันที่สดใส และคืนที่มืดมน
โหราศาสตร์จึงไม่ใช่เรื่องความเชื่อ…แต่มันคือ กระจกบานหนึ่ง
ที่สะท้อนให้เราเห็นชีวิตได้ชัดขึ้น เห็นจังหวะของมัน เห็นแรงขับ และเห็นความหวัง
มันไม่ได้สั่งว่าเราต้องทำอะไร แต่มันถามว่า
“ตอนนี้…คุณกำลังอยู่ในช่วงเวลาแบบไหน?”
แล้วเราก็ใช้วิตบนเส้นทางที่เราได้เลือกไว้

